นิทานเรื่อง กระต่ายกับเต่า ฉบับไตรภาค
*** ภาคที่ 1 (ภาค Classic)
นิทานเรื่องนี้ถือเป็นนิทานอีสปที่ทุกคนคงได้ยินได้ฟังกันมาตั้งแต่สมัยเด็กๆ และยังเล่าต่อกันมานานนับพันปี
…เรื่องมีอยู่ว่า เต่าถูกกระต่ายเยาะเย้ยว่าเชื่องช้าจึงท้ากระต่ายแข่งขันวิ่งเข้าเส้นชัย การแข่งขันเริ่มขึ้นจากการที่กระต่ายวิ่งนำเต่าไปมากโขในเวลาอันสั้น แต่หลังจากนำไปมาก กระต่ายก็ชะล่าใจแวะพักและงีบหลับไป พอตื่นขึ้นมาเพราะเสียงอึกทึกของหมู่สัตว์น้อยใหญ่ก็พบว่าเต่ากำลังวิ่งเข้าสู่เส้นชัย กระต่ายพยายามวิ่งตามสุดกำลังแต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว...
*** ภาคที่ 2 (ภาค Advance)
...หลังจากที่กระต่ายแข่งขันวิ่งแพ้เต่าในครั้งนั้น กระต่ายก็เจ็บใจในตัวเองมากที่ตัวเองประมาท จึงไปขอท้าเต่าแข่งใหม่อีกครั้ง เต่าซึ่งไม่ได้คิดอะไรมากก็ตกปากกรับคำท้า ซึ่งกระต่ายนัดเต่าแข่งกันอีกครั้งในเช้าวันรุ่งขึ้น
...เย็นวันนั้นเองเต่าก็นำเรื่องที่รับคำท้าแข่งอีกครั้งกับกระต่ายไปเล่าให้เมียฟัง เมียพอได้ยินถึงกับพูดต่อว่าผัว ว่าทำไม ถึงโง่อย่างนี้ “เราเป็นเต่าจะเอาอะไรไปวิ่งชนะกระต่ายได้ ครั้งก่อนได้ชัยชนะมานั้นก็ถือว่าโชคดีที่กระต่ายประมาท น่าจะเก็บชัยชนะในครั้งนั้นไว้ไม่ควรให้กระต่ายแก้มือ” ในคืนนั้นเมียเต่าถึงกับนอนไม่หลับคิดหาวิธีที่จะทำให้ผัวชนะกระต่ายให้ได้
…เช้าวันรุ่งขึ้น ที่จุดปล่อยตัว มีกระต่ายและเต่ายื่นอยู่ โดยมีหมีดำเป็นกรรมการการปล่อยตัวและมีสัตว์น้อยใหญ่ในป่ามาค่อยเฝ้าดูและค่อยแชร์ แต่กลับไม่เห็นเมียของเต่าเลย
...เมื่อเสียงปืนให้สัญญาณปล่อยตัวดังขึ้น กระต่ายและเต่าก็เริ่มออกวิ่ง โดยคราวนี้กระต่ายตั้งใจไว้แน่วแน่ว่าจะต้องชนะ โดยไม่คิดถึงเรื่องอื่น สนใจแต่เส้นชัยอย่างเดียว พอวิ่งออกไปได้สักระยะ กระต่ายก็นำเต่าโดยมองไม่เห็นกันเลย พอใกล้ถึงเส้นชัยอีกประมาณ 100 เมตร กระต่ายที่ตั้งใจวิ่งแบบไม่ลืมหูลืมตา ก็เหลือบไปเห็นเต่ายื่นอยู่ที่เส้นชัยแล้ว จึงคิดว่าตัวเองได้แพ้เต่าอีกเป็นแน่ ด้วยความอับอายกระต่ายแทนที่จะวิ่งเข้าสู่เส้นชัยแต่กลับวิ่งเตลิดเข้าป่าไปด้วยความเสียใจและอับอาย โดยหาคิดไม่ว่าที่เส้นชัยนั้นไม่ใช่เต่าตัวที่แข่งขันด้วยแต่หากเป็นเมียของเต่าต่างหาก เมื่อกระต่ายไม่ได้อยู่ในการแข่งขันแล้ว เต่าที่ยังค่อยๆคลานมาเรื่อยๆ จนในที่สุดก็เข้าเส้นชัย...ทำให้ในครั้งนี้เต่าก็ได้เป็นฝ่ายชนะกระต่ายอีกครั้ง
*** ภาคที่ 3 (ภาคจบ...การเดินทางครั้งยิ่งใหญ่)
...หลายปีต่อมา หลังจากที่กระต่ายแข่งขันวิ่งแพ้เต่าในครั้งนั้น การพ่ายแพ้ของกระต่ายในครั้งที่ 2 สร้างความอับอายและความแค้นใจให้มันไม่น้อย ซึ่งกระต่ายรู้อยู่แก่ใจว่าการพ่ายแพ้ทั้งสองครั้งเกิดจากตัวมันเอง โดยครั้งที่ 1 แพ้เพราะ “ความประมาท” และมาครั้งที่ 2 ก็แพ้เพราะ “ความไม่รอบคอบ” จึงต้องการอยากจะขอท้าแข่งกับเต่าใหม่อีกครั้ง แต่คราวนี้เมื่อกระต่ายมาท้าแข่งอีก เต่าก็ยังรับคำท้าอีกโดยที่ไม่ได้คิดอะไรถึงผลที่จะแพ้หรือชนะ พอเมียเต่าได้รู้ว่าผัวของตนไปรับคำท้าอีก ก็พูดว่า “ทำไมต้องรับคำท้าอีก ทำไมไม่เอาชัยชนะทั้งสองครั้งเก็บไว้เป็นเกียรติยศ ชื่อเสียงเอาไว้ ทำไมไม่ใช้สมองคิดบ้าง” คราวนี้เมียเต่าคิดในใจคงช่วยอะไรไม่ได้แล้วละ เอานะชนะมา 2 ครั้งแล้ว แพ้สักครั้งคงไม่เป็นไรหลอก
...เมื่อข่าวการแข่งขันการวิ่งแข่งระหว่างกระต่ายกับเต่าอีกครั้งนี้ได้แพร่ออกไปทำให้สัตว์ป่าทั้งหลายต่างอยากดูการแข่งขัน จึงบอกข่าวนี้ต่อๆกันไปเป็นวงกว้าง พอกระต่ายรู้ว่าข่าวการแข่งขันครั้งนี้มีผู้สนใจกันมาก จึงได้คิดตั้งกติกาขึ้นว่า การแข่งขันคราวนี้เราควรจะแข่งกันยิ่งใหญ่ไปเลยให้สัตว์ทั้งหลายได้รู้กันสักที่ว่าจริงๆแล้วกระต่ายต้องชนะเต่าไม่ใช่เต่าชนะกระต่าย จึงคิดจะแข่งขันวิ่งกันรอบโลกเพื่อให้สัตว์ทั้งหลายเป็นสักขีพยาน และด้วยความรอบคอบในครั้งนี้กระต่ายไม่ลืมที่จะขอทาสีไว้ที่กระดองของเต่าพร้อมเซ็นชื่อกำกับเพื่อป้องกันการสลับผิดตัว
...เมื่อวันแข่งขันมาถึง สัตว์ทั้งหลายต่างเฝ้าคอยชมและเชียร์ โดยเส้นทางการแข่งขัน จุดเริ่มต้นเริ่มจากประเทศไทย วนไปรอบโลก โดยจะวกกลับมาเข้าเส้นชัยที่ไทยอีกครั้ง ... เมื่อได้ยินเสียงปืนจากกรรมการหมีดำตัวเดิม ทั้งกระต่ายและเต่าก็ออกเดินทาง โดยแน่นอนกระต่ายออกนำเต่าไปไกลมากๆ หลายเดือนผ่านไป กระต่ายผ่าน จากไทยไปสู่จีน หลายปีต่อมา กระต่ายผ่านอินเดีย แต่เต่ายังไม่เพิ่งผ่านออกนอกเขตประเทศไทย เมื่อนานวันเข้าหลายปี ขอรวบรัดเลยละกันนะ กระต่ายด้วยความที่อายุขัยสั้นกว่าเต่ามาก ทำให้กระต่ายชราลงอ่อนแรงและแก่ตายลงระหว่างทาง ฝ่ายเต่าซึ่งอายุยืนนานเป็นร้อยๆปีก็ค่อยๆคลานเข้าเส้นชัยไปได้ในที่สุด ทำให้การแข่งขันระหว่างกระต่ายกับเต่าตั้งแต่ภาคแรกจนภาคสุดท้ายนี้จบลงตลอดไป
*** เค้าโครงเรื่อง...จากที่เคยได้ยินมาสมัยเด็กๆ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น